Advertisement

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Ecajon (ตู้กลองอิเล็กทรอนิกส์)
โครงงาน - ฉบับที่ 14

 

 

ใครรู้สึกบ้างว่า ช่วงนี้ช่างเป็นช่วงที่น่าขี้เกียจที่สุดในโลก อากาศมันดูเหมือนเป็นใจให้เราเหลือเกิน ฟ้าครึ้มๆ ฝนพรำๆ หาวุ้นจิบ ดูบลูเรย์ สุขใดเล่าจะเท่าเทียม จนกระทั่งเสียงตามสายของ บก. มาทวงต้นฉบับมาถึงอีกครา เฮ้อ...ห้วงเวลาอันแสนสุขนี่ช่างแสนสั้นเสียนี่กระไร

คิดไปคิดมา คนเรายังมีเวลานอนอีกมาก (ในกล่องที่เรียกว่าจำปา) เอาเวลาที่มีมาสู้ชีวิตดีกว่า ว่าแต่จะหาโครงงานอะไรมานำเสนอดีฟร่ะ เพื่อนๆ ที่อ่านคอลัมน์บอกมาว่า “ขอแบบเบๆ ได้ป่าว แบบไม่ซับซ้อนบ้างดิ๊” หารู้ไม่! อะไรที่ง่ายแต่ Cool เนี่ย คิดนานกว่าแบบยากๆอีก จนกระทั่งเมื่อคืนก่อนนัดเจอเพื่อนเก่าและเริ่มแก่ ชวนไปนั่งฟังเพลงและพูดคุยกันตามประสาที่ไม่ได้เจอกันมานาน ณ สถานอโคจรที่ผับแห่งหนึ่งที่ไม่แนะนำให้ไปเป็นอย่างยิ่ง เพราะเต็มไปด้วยเครื่องดื่มชั้นดีและนารีที่น่าสงสาร ตาโต แก้มป่องทำให้ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ(ไม่แข็งพอ) จะอ่อนแรงได้ ทีแรกก็ไปฟังเพลงเพลินๆ จนกระทั่งมีชายคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับแบกกระเป๋ารูปร่างสี่เหลี่ยมเข้ามาในร้าน จากนั้นทั้งสองก็ก้าวขึ้นไปบนเวที สายตาทุกคู่ในร้านต่างก็จับจ้องมองไปที่เขา ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เขา....เค้า...จู่ๆก็รูดซิปแล้วควักมันออกมา! (เอ่อ ...ซิปกระเป๋าที่เขาแบกอยู่อะครับ อย่าคิดมาก) เปิดเผยรูปร่างของเจ้าสิ่งนั้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตู้ลำโพง เสร็จแล้วพ่อนักดนตรีสุดเท่ห์ก็นั่งลงบนไอ้ตู้นี้ จากนั้นก็เริ่มเคาะพร้อมเสียงกีตาร์ของหนุ่มผมยาวเพื่อนของเขาที่ใช้ปลายนิ้วเต้นระบำบนเฟร็ตราวกับมันมีชีวิต เมโลดี้เพลง “I’m yours” ของ Jason Mraz ก็ดังขึ้น....

 

ท่วงทำนองที่กระแทกเข้ามาในโสตประสาทให้ผมได้ยินนั้น เสียงของมัน อู้วววว....โน่วว ไม่อยากจะเชื่อ ไอ้เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนี้เสียงของมันเหมือนกลองชุดอย่างกับคลอดออกมาจากที่เดียวกัน ทั้งสองหนุ่มก็บรรเลงจังหวะ เพลงแล้วเพลงเล่า เล่นเอา สาวๆในร้านแววตาเหม่อลอย เคลิบเคลิ้มกันเป็นแถว เมื่อผมเห็นดังนั้น ไฟริษยาในใจก็สุมทรวง พร้อมกับไฟในลูกกะตาลุกโชน ที่แปลความได้ว่า “อิจฉา.โว้ยย”

กลับมาถึงบ้าน รีบหาข้อมูลทันที เสียงในใจมันร่ำร้องอยู่ตลอดเวลาว่า “กรูต้องตีไอ้ตู้นี้ให้เทพจงได้” ว่าแต่มันเรียกว่าอะไรก็ยังไม่รู้ จนกระทั่ง ซาตานในนรกคงเห็นใจ หาเจอจนได้ เจ้าสิ่งนี้มีชื่อว่า Cajon” จะออกเสียงไทยๆ เรียกยาก คร่อดๆ เดาเอาว่ามันคงเป็นญาติกับเครยอนชินจังมั๊ง บ้างก็เรียก กาฮอง คาโฮน กาจ้อน หื้ออ o_O!!!! ฯลฯ เท่าที่ค้นแบบจริงๆ จัง Cajon มีรากศัพท์มาจากภาษาสเปน อ่านออกเสียง คาชั่น แปลว่า กล่องหรือลัง

จากการสรุปเอาเองของผม แท้จริงแล้วมันเป็นเหมือน Percussion หรือเครื่องเคาะให้จังหวะชนิดหนึ่ง ว่ากันว่า มันมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 โน่น เกิดจากชาวประมงที่เปรูหลังจากออกเรือหาปลาเสร็จ พอเหนื่อยๆก็คงนึกอยากชิลด์เอาต์ร้องรำทำเพลง เมื่อหาอะไรเล่นไม่ได้ก็เริ่มเหล่รอบตัว เกิดปิ๊งกับเจ้าลังใส่ปลานี่หล่ะว่ะ เคาะกันปึงปังๆ ปรากฏว่า Work แฮะ เมื่อชาวคิวบามาเห็นก็นึกอยากมีบ้าง แต่หาลังปลาไม่ได้ จึงเอาลิ้นชักโต๊ะมาเคาะแทน (สุดแสนจะพยายาม) จากนั้นเวลาผ่านไปจึงพัฒนากันต่อเรื่อยมา จนเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของทั้งสองประเทศมาให้เราได้เล่นกันจนถึงปัจจุบัน

 


สนุกกับการสร้างโครงงานนี้ได้ใน The Prototype Electronics ฉบับที่ 14 

สั่งซื้อออนไลน์


 

 
 
JOOMLA TEMPLATES Joomla Templates By JoomlaBear