Advertisement

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Editor's Talk ISSUE 27
บทความ - ฉบับที่ 27
เขียนโดย ชัยวัฒน์ ลิ้มพรจิตรวิไล   
วันจันทร์ที่ 02 เมษายน 2012 เวลา 11:14 น.
เชื่อว่า คุณๆ น่าจะมีประสบการณ์ในการผ่านเรื่องดีๆ และเรื่องเลวร้ายมากันทั้งสิ้น อาจมากบ้าง น้อยบ้าง ก็แล้วแต่จำนวนและความถี่ในการกระทำ หากเป็นประสบการณ์หรือเรื่องดีๆ คงไม่มีปัญหาครับ เพราะเชื่อว่า ทุกท่านคงได้เสพความสุขนั่นอย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากเป็นประสบการณ์ไม่ดี ถึงขั้นเลวร้าย ตรงนี้ต่างหากคือ “ตัววัดใจ” โดยส่วนตัว ผมไม่คิดว่า ปัญหามันอยู่ที่ความเลวร้ายของเรื่องที่เราพานพบ ปัญหามันอยู่ตรงที่ “การผ่านมันไปให้ได้” ต่างหาก
 
ในภาวะที่ข้าวยากน้ำมันแพง เราไม่อาจหลีกเลี่ยงปัจจัยนี้ไปได้ เรายังคงต้องกินอาหาร และต้องใช้พลังงาน หากเราพร่ำบ่นแต่ว่า ของแพง รัฐบาลช่วยหน่อย ช่วยอุ้ม ช่วยกดราคาสินค้าไว้ เราก็จะผ่านปัญหานี้ไปได้โดยที่เรา “ไม่ต้องทำอะไรเลย” และเมื่อปัญหานี้มันวนกลับมาอีกในอนาคต เราก็จะ “ทำเหมือนเดิม” แล้วถ้าหากวันหน้านั้นรัฐบาลจัดการไม่ได้ อุ้มไม่ไหว เราจะทำอย่างไร หากไม่ปรับตัว…เราก็จะล้มหายตายจากไป โดยที่ไม่มีคนเหลียวแล
 
หากเราปรับวิธีคิดใหม่ว่า เราต้องอยู่ให้ได้ในภาวะแบบนี้ เราต้องมีแนวทางแก้ปัญหาหรือบรรเทาระดับของปัญหา มันน่าจะเป็นทางออกที่ดีและยั่งยืนกว่า ไม่ว่าจะเป็นการประหยัด บริหารจัดการทั้งอาหารและพลังงานอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า อดทนและทนอดนิดหน่อย ราคาที่สูงขึ้นของอาหารและพลังงานก็จะกระทบกับการดำรงชีวิตน้อยลง จากการทานข้าวนอกบ้าน ทานข้าวคนละเวลา ปรับเปลี่ยนเป็นการทานข้าวพร้อมกันในบ้าน เพียงเท่านี้ เราก็จะลดทั้งพลังงานในการเดินทางไปทานข้าวนอกบ้าน ลดทั้งพลังงานที่ต้องใช้ในการอุ่นอาหารตลอดเวลา เนื่องจากต้องเผื่อไว้สำหรับคนที่ยังไม่กลับบ้าน นอกจากนั้นเรายังได้รับความสุขจากการพบปะพูดคุยของคนในครอบครัว เราอาจจะได้บ้านที่อบอุ่นคืนมา ท่ามกลางความเลวร้ายทางเศรษฐกิจ หากจัดการได้ นั่นคือ เราสามารถผ่านปัญหานี้ไปได้แบบมีสติและมีแนวทางที่รับมือมันได้ หากปัญหานี้กลับมาอีกในอนาคต
 
หากเป็นเรื่องของความรัก อกหัก รักสลาย ปัญหาของเรื่องนี้คือ ความผิดหวัง หากเราเอาแต่เรียกร้องว่า ทำไมไม่รักฉัน….คำตอบมันก็จะวนและตกอยู่ในหล่มแห่งความทุกข์ระทมไปตลอด หากเราสามารถยอมรับมันได้ว่า รักที่ผ่านไปเป็นหนึ่งในประสบการณ์และบทเรียนที่ช่วยให้เรามีรักครั้งใหม่ที่ดีขึ้น นำความผิดพลาดในอดีตมาปรับให้พร้อมสำหรับรักครั้งใหม่ที่กำลังรอเราไปพบ อาจจะคิดว่า ผมพูดเอาง่าย จริงๆ ครับ มันง่ายจริงๆ แค่เราคิดว่า “แล้วมันจะผ่านไป” เรื่องเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาล้วนมีวาระ มันเข้ามา แล้วมันก็จะผ่านออกไป
 
ความทุกข์มันมีหน้าที่ทำให้คนที่พบพานไม่มีความสุข และมันจะชอบมากหากคนที่มันพบ อ่อนแอ และสิ้นหวัง มันจะมีความสุขมากและจะอยู่กับเขาหรือเธอคนนั้นไปตราบเท่าที่เขาหรือเธอคนนั้นยังไม่ยอมละวาง เมื่อเรามีสติและยอมรับถึงความทุกข์ที่เข้ามาได้ มันก็จะผ่านไป ความทุกข์จะอยู่กับเราตราบเท่าที่เรายังอยากทุกข์
 
ยอมรับครับว่า มันไม่ง่ายในการปล่อยวางเรื่องทุกข์ เรื่องเลวร้ายที่มันผ่านเข้ามาในชีวิต เมื่อเกิดความทุกข์หรือพานพบเรื่องเลวร้าย ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะต้องทิ้งบาดแผลเอาไว้เมื่อมันผ่านไป แต่บาดแผลนั่นหากมองในแง่ดี มันก็คือ ลายเซ็นต์ที่รับรองว่า เราได้ผ่านมันมาแล้ว ความเจ๋งของเรามันกำลังเริ่มขึ้นจากตรงนี้ต่างหาก ตรงที่เราจะไม่ยอมให้มีบาดแผลนี้เกิดขึ้นอีก เราจะไม่ยอมซ้ำชั้นให้แก่ความทุกข์หรือความเลวร้ายใดๆ
 
บางเรื่องเราอาจรับมันไม่ไหว รับมันไม่ได้จริงๆ แต่เชื่อผมเถอะครับว่า แล้วมันจะผ่านไป เราไม่ต้องรับมันไว้ เราไม่ต้องเข้าใจมัน เราไม่ต้องไปหาเหตุผลที่มาที่ไป เราเพียงแต่มีสติและมีความมั่นคงในจิตใจ ผมเชื่อว่า เราจะผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้ายไปได้อย่างเข้าใจได้เองในท้ายที่สุด
 
“แล้วมันจะผ่านไป”
 
 
ปล. TPE #27 เป็นฉบับเดือนเมษายน 2555 ซึ่งต่อจากฉบับที่ 26 เดือนกุมภาพันธ์ 2555 เราไม่ได้ตั้งใจจะออก 2 เดือนต่อเล่มนะครับ เรายังคงมีความพยายามและตั้งใจให้ TPE วางแผงได้ทันทุกต้นเดือน ขอกำลังใจจากคุณๆ ที่รักด้วยนะครับ เพราะเรื่องนี้ ผมไม่คิดว่า “ควรให้มันผ่านไป” เรายังต้องตั้งใจและพยายามมากขึ้นต่อไปครับ
 
 
JOOMLA TEMPLATES Joomla Templates By JoomlaBear