Advertisement

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Editor's Talk ISSUE 28
บทความ - ฉบับที่ 28 JUNE 2012
เขียนโดย ชัยวัฒน์ ลิ้มพรจิตรวิไล   
Dirty Money
เห็นคำที่ผมนำมาจั่วหัวไว้แล้วอย่าเพิ่งตกใจนะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะชวนให้คุณๆ ที่รักมาสนใจเกมกลทางการเงินใดๆ ในภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ยาก ทำยาก อย่างในขณะนี้ Dirty Money ที่ว่าคือ ชื่อรายการเรียลลิตี้ที่เผยแพร่ผ่านทาง Discovery channel เป็นรายการที่นำเสนอช่องทางการหารายได้จากสิ่งของเหลือใช้ จากสินค้ามือสอง จากขยะ ความหมายของชื่อรายการจะออกแนวเสียดสีตามสไตล์ของอเมริกัน เพราะเงินที่ตัวละครในรายการได้มานั้น มาจาก “สิ่งของสกปรก” ซึ่งก็คือ ของที่ใช้แล้ว ของที่ถูกทิ้ง หรือขยะ

ตัวละครหลักมี 3 คน สองคนแรกเป็นพี่น้องกัน พี่คนโตมีความสามารถในการเจรจา ทั้งการขายและหาของมาขาย เป็นนักต่อรองขั้นเทพ รวมทั้งยังมีฝีมือทางช่างพอตัว สำหรับตัวน้องชายเป็นนักประดิษฐ์ที่ปราดเปรื่อง แต่อยู่บนโลกของความเป็นจริง เขามีความคิดสร้างสรรค์แบบล้ำลึก สามารถมองเห็นคุณค่าในขยะหรือสิ่งของเหลือใช้ที่พี่ชายจัดหามา เขาสามารถดัดแปลงและเปลี่ยนแปลง “ขยะ” ให้กลายเป็นเครื่องใช้สุดเท่ที่พวกเขาใช้คำว่า “มันมีชิ้นเดียวในโลก” ส่วนคนสุดท้ายเป็นลูกชายของพี่ชายคนโต มีหน้าที่เป็นลูกมือและเรียนรู้ทุกอย่างจากพ่อและอา เพื่อสืบทอดกิจการ “Dirty Money” นี้ต่อไป

ในรายการแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ “ซื้อถูก” และ “ขายแพง” ทำกำไรอย่างเต็มที่จากสิ่งของที่ผ่านการดัดแปลงจนกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีค่า นับครั้งไม่ถ้วนที่พวกเขาสามารถทำเงินจากเศษซากของเก่าที่มีมูลค่ากี่เหรียญให้กลายเป็นเงินหลายร้อยเหรียญภายในเวลาไม่กี่วัน เนื่องจากพวกเขาต้องนำสินค้าไปขายในตลาดแบบแบกะดินทั่วมหานครนิวยอร์คในช่วงสุดสัปดาห์ ในแต่ละสัปดาห์พวกเขาจะเปลี่ยนที่ขายไปเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละย่านการค้านั้นแตกต่าง รวมไปถึงค่าเช่าแผงค้าก็ไม่เท่ากัน นี่คือการแสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่ศึกษาพฤติกรรมลูกค้า จนมีความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง จึงสรรหาสินค้ามาตอบสนองความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง

ศิลปในการต่อรองทั้งกับแหล่งซื้อวัตถุดิบและลูกค้าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ มีการผ่อนหนัก ผ่อนเบา ยอมถอยสองก้าวเพื่อจะได้เดินหน้าสิบก้าว การยอมจ่ายเพื่อสร้างความสัมพันธ์และเปิดประตูไปสู่การซื้อของถูกในโอกาสต่อมา การโน้มน้าวให้ลูกค้าเชื่อในสิ่งที่พวกเขานำเสนอ และดึงเงินออกมาจ่ายให้อย่างพอใจ (แต่งานนี้ไม่มีการย้อมแมวนะครับ ของเค้าดีจริงๆ)

ในรายการนำเสนอด้านแห่งความสำเร็จเพื่อเป็นกำลังใจและจุดประกายให้แก่คนอเมริกันและผู้ชมรายการทั่วโลก เชื่อในพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เชื่อในความคิดนอกรอบที่จะนำมาซึ่งความแตกต่างของสินค้าและบริการ เชื่อในการมองโลกในแง่ดี เชื่อในศรัทธาของการทำความดี แม้ว่าพี่ชายคนโตจะมีการเจรจาที่อาจจะดูเอาเปรียบกับซัพพลายเออร์ของพวกเขา แต่ในท้ายที่สุดทุกฝ่ายก็พอใจกับผลประโยชน์ที่แลกเปลี่ยนกัน ลูกค้าก็ได้รับสินค้าที่มีเอกลักษณ์ จ่ายเงินด้วยความพอใจ และประทับใจกับคุณภาพของสินค้าที่นำกลับบ้าน

หัวใจของ Dirty Money คือ การใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ในการเปลี่ยนแปลงสิ่งของเหลือใช้ หรือเรียกกันแบบสุดโต่งว่า “ขยะ” ให้กลายเป็นสิ่งของที่มีค่า มีความเป็นหนึ่งเดียว ในรายการอธิบายถึงวิธีคิดของตัวละคร ขั้นตอนการทำงาน วิธีการดัดแปลงโดยสรุป (เนื่องจากรายการมีความยาว 30 นาทีต่อเรื่อง) ซึ่งผู้ชมสามารถเก็บรายละเอียด ตลอดจนข้อมูลทางเทคนิคและวิศวกรรมไปดัดแปลงใช้ในชีวิตประจำวันได้ไม่ยาก

นอกจากนั้น ตัวละครที่เป็นนักประดิษฐ์ยังแสดงให้เห็นถึง “ความรับผิดชอบ” ในสิ่งประดิษฐ์ทุกชิ้นของเขาล้วนทำงานได้ดี ผลิตและดัดแปลง หรือซ่อมแซมอย่างพิถีพิถัน ไม่มีรายการสุกเอาเผากิน วัสดุที่ใช้ล้วนเป็นของดี มีคุณภาพ เขาทุ่มเททั้งกายและใจในการทำงานกับสินค้าของเขาทุกชิ้น

ความคิดสร้างสรรค์คือสิ่งที่จะเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนมั่งมีได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องลงมือเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์นี้ให้เป็นสิ่งของจริงที่จับต้องได้ และแน่นอนมันต้องดีพอจนมีคนยอม “จ่าย” เพื่อมันได้

ผมเชื่อเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ในสังคมไทยมีนักประดิษฐ์ที่มีพลังและความคิดสร้างสรรค์อย่างมากมาย หากแต่อาจขาดองค์ประกอบบางอย่างทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนพลังความคิดสร้างสรรค์นั้นเป็นเงินหรือโอกาสที่ดีกว่าได้ จากรายการ Dirty Money แสดงให้เห็นว่า การไปสู่ความสำเร็จนั้นต้องมีองค์ประกอบร่วมที่ดีพอด้วย นั่นคือ ต้องมีความสามารถในการหาวัตถุดิบ มีความสามารถและไอเดียในการดัดแปลงประดิษฐ์สิ่งของ ต้องมีผู้ช่วยที่แข็งขัน มีศิลปในการเจรจา มีแหล่งขายและลูกค้าที่พร้อมจะซื้อ หากนักประดิษฐ์ไทยมีโอกาสใด้ชมรายการนี้ น่าจะเป็นประโยชน์พอสมควรเลยทีเดียว (ดูตัวอย่างคลิปได้ที่ http://www.discoverychannelasia.com/tv-shows/dirtymoney)

ชีวิตแบบครอบครัวนักเปลี่ยนขยะให้เป็นเงินเป็นชีวิตที่น่าสนใจ พวกเขามีสโลแกนในการดำเนินชีวิตว่า Find it. Fix it. Sell it!

จงค้นหามัน ดัดแปลงมัน และขายมันให้ได้ !

ชัยวัฒน์ ลิ้มพรจิตรวิไล
 
 
JOOMLA TEMPLATES Joomla Templates By JoomlaBear