Advertisement

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Editor's talk : ชีพจรลงเท้า
บทความ - ฉบับที่ 39 December 2013
เขียนโดย ชัยวัฒน์ ลิ้มพรจิตรวิไล   

ในวารสาร TPE ฉบับนี้ มีบทความเกี่ยวกับงานโชว์หุ่นยนต์ระดับโลกถึง 2 รายการ นั่นคือ Robot World 2013 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และ IREX 2013 จัดขึ้นในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผมมีโอกาสได้ไปร่วมชมงานทั้งสองในปีเดียวกันเป็นครั้งแรก นับเป็นการเดินทางที่เกือบจะต่อเนื่องกัน โดยงาน Robot World 2013 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 ตุลาคม 2556 ส่วนงาน IREX 2013 จัดขึ้นในวันที่ 6 ถึง 9 พฤศจิกายน 2556 นั่นคือ พอกลับจากเกาหลีใต้ มีเวลาสะสางงานเล็กน้อย ก็ต้องเดินทางต่อไปยังโตเกียว

 

ในช่วงเวลารวมกันเกือบ 8 วันใน 2 ประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของทวีปและของโลก ผมได้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งจากการชมงาน การจัดงาน ผู้คนที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการเยี่ยมชมร้านค้าที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์ และระบบสมองกลฝังตัว นอกจากนั้น ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตในเมืองใหญ่ที่เป็นเมืองหลวง พบปะผู้คน เดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านหนังสือ ร้านขายเครื่องเขียน อุปกรณ์งานฝีมือ เดินทางด้วยรถไฟฟ้าและเดินเท้าท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นพอสมควร

 

สำหรับเรื่องงานโชว์หุ่นยนต์ ผมใช้สัมปทานไปแล้วกับ 2 บทความที่มีความยาวรวมกัน 14 หน้า ถือว่า พอสมควรครับ คงต้องรบกวนคุณๆ ที่รักพลิกไปอ่านกัน

 

ความแตกต่างของ 2 ประเทศ 2 เมืองในบริบทของธุรกิจที่ผมเกี่ยวข้อง ต้องถือว่า มีมากพอสมควร ขอออกตัวก่อนว่า การไปในครั้งนี้ ผมไม่มีไกด์หรือผู้คนพาเที่ยว การสัมผัสชีวิตที่นั่นจึงเป็นประสบการณ์ที่มาจากการเตรียมตัวหาข้อมูลเท่าที่เวลาจะพึงมี ที่โซลผมไปยังย่าน Yongsan ที่ว่ากันว่าเป็น Electronic Market ผมไปยังอาคาร ET-Land ที่นี่มีร้านขายอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์พอสมควร แต่บรรยากาศค่อนข้างซึม ไม่คึกคักมากนัก ต้องบอกว่า บ้านหม้อของเรากินขาด สินค้าเกี่ยวกับ Arduino มีมากพอสมควร ราคาจัดว่าสูงครับ และเป็นของนำเข้า 100% ผมพยายามมองหาบอร์ดที่เป็นของเกาหลีใต้เอง กลับพบว่า แทบไม่มีเลย ผมเคยไปเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง ยังพบเห็นชุดคิตหรือบอร์ดทดลองแบรนด์เกาหลีวางขายอยู่บ้าง แต่ไปคราวนี้ไม่พบเลย มีแต่เจ้าบอร์ดสีฟ้าตรา Arduino นั่นคือ บรรยากาศของ Korean Inventor จึงออกมาในแนวเน้น Arduino ส่วนชุดคิตหุ่นยนต์หาซื้อยากจากร้านค้าในย่านนี้ ต้องซื้อตรงกับผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็นของ Robotis, RoboBuilder หรือ Roborobo แต่เที่ยวนี้ผมหาซื้อชุดคิตได้จากงาน Robot World เลย จึงไม่เสียเที่ยวเท่าไหร่

 

บรรยากาศการเรียนรู้เทคโนโลยีด้านนี้ของเด็กๆ เกาหลีต้องถือว่า ดีมากๆ ผมวัดเอาจากจำนวนเด็กๆ ที่มาชมงาน Robot World นะครับ แต่ถ้าไปวัดจากย่าน Yongsan ต้องบอกว่า มันคนละเรื่องเลยทีเดียว ด้านร้านหนังสือ ผมรู้จักอยู่ร้านดียว ไปกี่ครั้งก็ต้องแวะไปที่ร้านนี้ แต่คราวนี้ ต้องเสียเที่ยวครับ เพราะเขาปิดร้านไปแล้ว หันมาบริการออนไลน์อย่างเดียว นั่นคือ ที่เกาหลีใต้ตอนนี้นิยมซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น ซื้อได้ทุกอย่างทั้งของกิน ของใช้

 

อีกไม่กี่วันต่อมาหลังจากกลับจากเกาหลีใต้ ผมก็เดินทางไปยังโตเกียว ผมใช้เวลากับงานโชว์ IREX 2013 พอสมควร เพราะบูธเยอะมาก และงานนี้จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี ประกอบกับผมเพิ่งมีโอกาสไปชมงาน IREX 2013 นี้เป็นครั้งแรกด้วย จึงต้องขอเดินชมให้เต็มที่ ก็สมหวังในมุมความอลังการ ที่ญี่ปุ่นเอาจริงเอาจังกับเรื่องหุ่นยนต์มาก โดยเฉพาะพวกหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ส่วนในด้านหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา ก็มีความมันและมีชุดคิตที่หลากหลาย ผมหาซื้อได้ง่ายกว่าที่เกาหลีใต้มาก เพราะที่โตเกียวมีย่านที่ชื่อว่า Akihabara ที่นี่มีบรรยากาศเหมือนบ้านหม้อ (เอ หรือบ้านหม้อเหมือนที่นี่ ??) มีร้านอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก Japanese Inventor จึงมีเรื่องราวให้ศึกษา ให้ทดลอง และสนุกได้หลากหลาย และเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เกาหลีใต้ (จากข้อมูลเท่าที่ผมมี และจากประสบการณ์ตรง) ผมมีความสุขมากในการเดินชมร้านหุ่นยนต์ 4 ร้านในย่าน Akihabara หมดเงินไปไม่น้อย เพื่อแลกกับตัวอย่างของชุดคิตและชุดทดลองอิเล็กทรอนิกส์หลากหลายแบบ

 

เช่นเดียวกับที่เกาหลีใต้ Arduino ยังเป็นฮาร์ดแวร์ที่นิยมมาก แต่ญี่ปุ่นเองก็พยายามเข็นบอร์ด Made in Japan ออกมาสู้ อาทิ Sakura board และบอร์ดไมโครฯ ที่เทียบเคียงกับ Arduino ที่นี่ Raspberry Pi และ Beagle bone ก็ได้รับความนิยม ชุดคิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งเครื่องเสียงและวิทยุยังหาได้ง่าย แถมเป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่ชุดคิตเก่าเก็บ

 

เท่าที่พยายามสอบถามจากผู้ขาย พบว่า ตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยของนักประดิษฐ์ จิตวิญญาณนักประดิษฐ์ในสไตล์ Japanese Inventor เริ่มจางหายไป ทุกภาคส่วนจึงพยายามช่วยกันกระตุ้น ส่งเสริมให้เยาวชนหันกลับมาสนใจการประดิษฐ์ การดัดแปลง จึงมีการออกสินค้าออกมากระตุ้น มีการอบรม จัดค่ายนักประดิษฐ์ ออกวารสารและหนังสือที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงรู้สึกอิจฉาไม่น้อย ถ้าบ้านเราช่วยกันแบบนี้บ้าง ก็น่าจะดีไม่น้อย

 

ประสบการณ์ตรงจาก 2 ประเทศที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้ ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า เรายังสามารถทำหรือน่าจะทำอะไรได้อีกมากเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ระบบสมองกลฝังตัว และหุ่นยนต์ ความแตกต่างด้านการศึกษาของไทย กับของเกาหลีใต้ และของญี่ปุ่น ในระดับพื้นฐานของเทคโนโลยีนี้ เท่าที่ผมสัมผัสขอเรียนแบบไม่เข้าข้างตัวเองว่า มันไม่ห่างกันมาก จนตามกันไม่ทัน ความแตกต่างที่เด่นชัดคือ การส่งเสริม การลงทุนในการพัฒนา การทุ่มเทและให้ความร่วมมือกัน ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หาได้ยากยิ่งนักในประเทศไทย ต่อให้ไม่มีบรรยากาศการเมืองเรื่องแย่ๆ เราเองก็ขาดการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม

 

เราไม่ได้เรียนรู้จากมหาอำนาจเพื่อมาท้อ เพื่อมาหดหู่ หรือสิ้นหวัง เราเรียนรู้จากมหาอำนาจเพื่อยกระดับศักยภาพของตัวเองให้ดีขึ้น ให้ทัดเทียม หรืออย่างน้อยที่สุด ต้องรักษาระยะห่างไว้ เมื่อภาครัฐไม่ขยับส่งเสริมอะไรมาก เราก็ต้องทำของเราเอง ผมอยากเห็น Thai Inventor มีความกระตือรือร้น มีไฟฝัน ทุ่มเท พยายาม และมีจิตใจที่จะเผยแผ่องค์ความรู้แก่ผู้คนรอบข้างและผู้สนใจ

 

เราสู้เค้าได้ ! ผมยืนยัน ขอเพียงไม่เดินหนีกันไปเสียก่อน พวกเราต้องจับมือไว้ แล้วไปด้วยกันครับ Thai Inventor จึงจะมีอนาคต และอยู่รอดได้

 

เอ...จากเรื่องเล่าแดนโสมผสมดอกซากูระ กลับมาจบลงที่ข้าวราดแกงไก่ในแบบไทยได้อย่างไรหนอ…..สุขสันต์ส่งท้ายปี 2013 ก่อนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2014 แด่คุณๆ ที่รักทุกท่าน


 

 

 
 
JOOMLA TEMPLATES Joomla Templates By JoomlaBear