Advertisement

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
เขียนโปรแกรมสังเคราะห์เสียงด้วย Pure Data : ว่าด้วยความลับของเสียงดนตรี
บทความ - ฉบับที่ 23
วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2011 เวลา 10:46 น.

pdPure Data (PD) สามารถสังเคราะห์เสียงต่างๆ ขึ้นมาได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงความถี่ ปกติหรือเสียงแปลกๆ จากการมอดูเลชั่น แต่เมื่อบรรเลงเสียงเหล่านั้นเราก็คงพบว่า มันยังไม่ไพเราะเหมือนเสียงดนตรี มาทำความรู้จักกับความลับเล็กๆ น้อยๆ ของเสียงดนตรี เพื่อที่เราจะได้สังเคราะห์เสียงที่ไพเราะเหมือนเสียงดนตรีด้วย pd ได้

 

จากอดีตจนถึงปัจจุบันเหล่านักวิทยาศาสตร์ไขความลับของเสียงดนตรีด้วยการวิเคราะห์สัญญาณ การวิเคราะห์สัญญาณเสียงดนตรีก็คล้ายคลึงกับการวิเคราะห์สัญญาณชนิดอื่นๆ ประกอบไปด้วย

1. การวิเคราะห์เชิงความถี่ (Frequency Analysis) ซึ่งเป็นการตรวจสอบว่า สัญญาณที่สนใจนั้นประกอบด้วยองค์ประกอบความถี่คือสัญญาณไซนูซอยด์ (หรือสัญญาณไซน์ที่เรีาคุ้นเคย) ความถี่ใดบ้าง

2. การวิเคราะห์เชิงเวลา (Time Analysis) ซึ่งก็คือการสังเกตว่า สัญญาณที่สนใจนั้นมีขนาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเวลาเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงขนาดของสัญญาณเรียกว่า เอนเวลอป (Envelop) การสังเคราะห์เสียงดนตรีก็คือการกำหนดองค์ประกอบความถี่และเอนเวลอปที่เหมาะสม

 

ความลับที่ 1 : เรื่องของความถี่ ความถี่ที่เป็นตัวกำหนดขั้นเสียงหรือพิตช์ (pitch) ของเสียงดนตรีว่า เป็นตัวโน้ตเสียงโด (C) หรือว่าเสียงเร (D) ซึ่งก็คือ ความถี่มูลฐาน (fundamental frequency) สำหรับเสียงดนตรีสากลนั้นมีค่าความถี่มูลฐานของแต่ละตัวโน้ตที่ออกเตฟ (octave) เสียงกลางดังแสดงในตารางที่ 1 เมื่อนำค่าความถี่เหล่านี้มาเรียงร้อยเข้าด้วยกันแล้วจะเกิดความไพเราะขึ้น หากเราต้องการสร้างสัญญาณไซนูซอยด์ที่ความถี่เหล่านี้ใน pd ก็ไม่จำเป็นต้องระบุค่าความถี่โดยตรง แต่ใช้วิธีระบุเป็นเลขมิดี้ (MIDI number) ของตัวโน้ตแทนก็ได้ เพราะ pd มีออบเจ็กต์ [mtof] หรือ Midi to frequency ไว้สำหรับแปลงเลขมิดี้เป็นค่าความถี่

 


ติดตามอ่านบทความนี้ใน The Prototype Electronics ฉบับที่ 23 

สั่งซื้อออนไลน์


 

 

 
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 27 มีนาคม 2013 เวลา 15:24 น.
 
 
JOOMLA TEMPLATES Joomla Templates By JoomlaBear